ฉันเดินไปเรื่อยๆ

posted on 25 Mar 2009 01:58 by xinrofe

 

 บนสายรุ้งที่ไม่มีวันจบ

มันไม่ได้โค้งงอลงมา

แต่กลับทอดยาวไปจุดสุดลูกหูลูกตา

 

บนทางสายหนี่งที่ถอดยาวต่อออกไปอีกทาง

 

Part 1

ฉันเดินไปเรื่อยๆ

 

ฉันเจอต้นไม้

มันช่างเขียวและสูงใหญ่

อากาศที่ร้อนแรงทำให้ใจฉันแทบละลาย

จะนั่งดีไหมหนอ พักก่อนไหม

 ไม่ดีกว่าข้างหน้าต้องมีที่พักเย็นๆกว่านี้แน่

 

แล้วฉันก็เดินต่อไป

 

พานพบดอกไม้ช่อหนึ่ง

สีแดงอ่อนซ่อนใน กลีบนอกสีแดงราวดั่งเลือด

หากได้ดมกลิ่นเจ้าดอกไม้คงจะทำให้สดชื่น

หากหยิบมาชมจะเป็นอะไรไหมหนอ

หากจับจะต้องพิษอะไรไหมหนอ

ใว้ไปชื่นชมดอกอื่นที่ปลายทางดีกว่า

 

แล้วฉันก็เดินต่อไป

 

ฉันเจอกับทางน้ำสายหนึ่ง

ฉันหิวกระหาย

น้ำช่างเย็นดึงดูดให้ฉันดื่มกินดับความร้อนและกระหายในตัวเอง

ไม่ดีกว่าฉันยังทนไหว

 

แล้วฉันก็เดินต่อไป

 

สตอร์เบอรี่ลูกใหญ่หล่นลงมาจากต้น

เจ้ามีสีแดงกล่ำ

ฉันกำลังอยากกินอยู่เลย

แต่ ไม่ดีกว่า ข้างหน้าคงมีลูกใหญ่กว่านี้

 

แล้วฉันก็เดินต่อไป

 

ฉันเจอมีดเล่มนึงวางตกอยู่

มันสะท้อนส่องแสงระยิบระยับ

เอาไปดีไหมนะ เผื่อมีอันตราย

ไม่ดีกว่าเอาไปทำไมให้หนัก

 

แล้วฉันก้เดินต่อไป

 

ฉันเจอหมีน้อยวางอยู่ข้างทาง

เจ้าหมีน้อยส่งยิ้มเหมือนอยากให้ัฉันอุ้มมันไปด้วย

เอามาทำไมให้เป็นภาระ

 

แล้วฉันก็เดินต่อไป

 

ฉันเจอบ้านพักหลังใหญ่

ฉันง่วงแล้ว

แต่ฉันนอนข้างนอกนี่ดีกว่า

 

ฉันพยายามหาอาหารและน้ำแถวนั้นซึ่งหายากเย็นเหลือเกิน

แต่ฉันก็ยังพอหาเจอประทังชีวิตรอดไปได้

แล้วฉันก็เข้านอน

 

 

Next Day part 2

 

 

 

  เปิดบล็อกวันแรก จะให้เขียนอะไรง่ายๆ แค่ว่า สวัสดีครับแ้ล้วจากไปก็คงจะไม่ใช่ผม

เพราะฉะนนั้นจะขอเอาเรื่องในหัวมาเล่าสู่กันฟังละกัน

 

"ขณะนี้วัตถุกำลังครอบงำผม"

 

หลายวันมานี้ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังง่วนอยู่กับเสื้อผ้าซะเหลือเกิน ไล่ตั้งแต่ รองเท้า มายังกางเกง

ทำให้หลายวันมานี้แทบไม่ได้นอนเอาแต่นั่งดูข้อมูลเข้านอนก็ดึก

 

"ผมรู้สึกว่าตัวผมเริ่มแปลกๆไป"

 จากที่เรื่องเสื้อผ้าไม่เคยอยู่ในหัว กลับกลายเป็นว่าตอนนี้มันเข้ามาขอมีส่วนร่วมในชีวิตผม

อาจ จะเป็นเพราะคุณวุฒิที่เริ่มสูงขึ้น ทำให้ต้องมองการแต่งตัวให้ดูดี และที่สำคัญคืออย่างที่ตัวเองต้องการมากขึ้น โตขึ้นก็มองโลกหลายมุมขึ้นน่ะนะ

 

แต่การที่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนอกจากจะมีผลเสียก็มักจะมีผลตอบแทนกลับมาให้ด้วยเช่นกัน

 

นั่นก็คือ "ความรู้"

 

 หลายวันนี้ทำให้ผมได้พบเจอกับรองเท้าแบรนและไม่แบรนด์ตั้งแต่

อีแตะ ยัน หนัง ลากยาวราคาจาก 199 เด็กๆแบกะดิน ไปถึงเกือบๆ 10000

ทั้งจริงแท้แม่คลอดมา และ โกหกทั้งเพFake AAA+(นั้นน่ะมี+อีก)

 เดี๋ยวนี้โลก(ของรองเท้า)เราไปไกลจังเลย



 จาก การที่ผมโลดแล่นอยู่ในกิเลศตัณห... อะเอ้ยๆ!! ไม่ใช่ๆ โลดแล่นในวงการรองเท้ามาหลายอาทิตย์มันทำให้ได้รู้และเข้าใจในหลายๆอย่างกี่ ยวกับการออกแบบว่า

 

1. ถ้าคุณมีชื่อเสียงหรือบริษัทคุณแบนด์พอออกแบบมายังไงมันก็จะดูคลาสแม้ว่ามันจะคล้ายๆหรือได้ไอเดียมาจากที่อื่นก็เถอะ

2.ไม่จำเป็นต้องพัฒนาใหม่ทั้งหมดเอาของเก่าที่มีอยู่มาต่อยอดใช้ขายกินก็ได้

3.ไม่จำเป็นต้องคิดต่อยอดมากมาย บางตัวแค่เจาะรูเพิ่มเข้าไปมันก็เท่และอัพราคาทันที

4.สีสีนในรองเท้าไม่จำเป็นต้องเข้ากันก็มีคนซื้อ

5.คุณก็ออกแบบเองได้ ไปหารองเท้าขาวๆถูกๆมาลองเพ้นดูสิ

 

 ตอน นี้ผมก็ได้รองเท้ามาเรียบร้อย(กำลังเดินทางมา)ซึ่งก็ยังไม่ทำลายสถิติราคา เกินพันครับ แถมเป็นโกหกทั้งเพอีก แต่เห็นแล้วชอบเลยสอยมาสนองตัณหา ด้วยการอ้างว่า "ให้รางวัลตัวเอง"

และ หลังจากที่มรสุมรองเท้าผ่านพ้นไป มรสุมลูกใหม่จากอ่าวไทยก็พัดเข้ามา

กางเกง นั่นเองครับ! ตัวนี้เลือกง่ายหน่อยครับ แต่พอของมันแรงราคามันก็เลยแพงผมเลยพยายามเลือกตัวที่ชอบแบบไม่เจ็บตัว แต่คงต้องเก็บเงินยาวๆหน่อยถึงจะได้มาเชยชมสมใจปอง

 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วผมอยากจะบอกว่า

 ผม ไม่ใช่พวกวัตถุนิยมหรอกครับ ผมแค่ต้องการซื้อสิ่งที่ตัวผมชอบ ใส่ของที่ผมรู้สึกดีกับมันจริงๆ โดยที่ไม่ต้องเบียดเบียนผู้ใด แต่ที่เลือกเน้นเฟ้นหาก็เพราะว่าอยากได้ของที่เข้ากับตัวเองและการใช้ชีวิต ของตัวเองครับ

 

 

 

อืม... รองเท้าเป็นหมื่นนี่ถ้าใส่แล้วมันรู้สึกยังไงนะ

นั่นสิ รู้สึกยังไงหว่า

คาดเดาว่ามันคงจะต้องนุ่มสบายเหมือนใช้วิชาตัวเบาจากวัดเส้าหลินก็มิปาน ราคาถึงได้เหยียบโลกขนาดนี้

ช่วยไขข้อข้องใจผมให้กระจ่างด้วยน้ำใจจากท่านทีเถิด